logo

พิทักษ์มรดกสยาม

โดยสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

สุเหร่ามุสลิม: ภาพสะท้อนบ้านแห่งหัวใจ "ไทย"

                                                โครงการพิทักษ์มรดกสยาม                                           
       เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  84 พรรษาเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์บรมราชูปถัมภกของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์
       กำหนดการงานเสวนาทางวิชาการ 

       เรื่อง  สุเหร่ามุสลิม : ภาพสะท้อนบ้านแห่งหัวใจ  “ไทย”

 

     สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาหลายศตวรรษ มีทั้งชาวพุทธ  
ชาวคริสต์  ชาวฮินดู  ชาวซิกข์หลากหลายนิกาย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศอีกด้วย กลุ่มชาวมุสลิมในประเทศไทยเป็นผู้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ชาติไทย คนเหล่านี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย แต่ก็มีชาวมุสลิมอื่นๆอีกมากพำนักอยู่
ในภาคต่างๆทั่วประเทศ แม้ว่าบางส่วนอาจจะมีเชื้อสาย หรือภาษาแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกชุมชนมุสลิมยังคงมีอยู่ร่วมกันคือการมีสุเหร่า หรือมัสยิดในภาษาอาหรับชาวมุสลิมทั่วโลก
ถือว่าสุเหร่าเป็นศาสนสถานประกอบพิธีทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อ ความศรัทธาและเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนวิถีชีวิตในแบบมุสลิมอีกด้วย  

     การเสวนาในครั้งนี้ จะพูดคุยหัวข้อ สุเหร่ามุสลิม: ภาพสะท้อนแห่งหัวใจ “ไทย”เป็นกรณีศึกษาว่าด้วยวัฒนธรรมของกลุ่มชาวไทยมุสลิมท่ามกลางความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ
สังคมไทย ซึ่งจะครอบคลุมประเด็นต่างๆได้แก่

        1. สุเหร่ามุสลิมในประเทศไทยสามารถสะท้อนบทบาทและวิถีแห่งมุสลิมในฐานะเป็นส่วนหนึ่ง 
ของประวัติศาสตร์แห่งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของมรดกทางวัฒธรรมของไทย ตลอดจนกระบวนการประสานวัฒนธรรมมุสลิมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยอย่างไร

        2.สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสุเหร่าของชาวมุสลิมในสังคมไทยช่วยให้แลเห็นกระบวนการผสมผสาน
วัฒนธรรมสังคมไทย  และวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนในสังคมไทยจากอดีตจนปัจจุบันอย่างไร  

        3. บทบาทและศักยภาพของสุเหร่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่มีศักยภาพที่สำคัญยิ่ง
ทั้งในอดีตและในอนาคต ศาสนิกและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธ ชาวคริสต์  ชาวฮินดู  ชาวซิกข์ และชาวไทยเชื้อสายอื่นๆ จะสามารถช่วยส่งเสริมหรือผลักดันสายสัมพันธ์
แห่งมรดกวัฒนธรรมไทยนี้เพื่อความเข้มแข็งของสังคมไทยโดยรวมได้อย่างไร

        4. เราจะรู้จักศาสนาอิสลามผ่านสุเหร่าได้อย่างไร

       

กำหนดการ

12:00 น.               ลงทะเบียน     
13:15 น.               คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ นายกสยามสมาคมฯ กล่าวเปิดงาน
13:20 – 16:00 น.  การเสวนาวิชาการ เรื่อง สุเหร่ามุสลิม : ภาพสะท้อนบ้านแห่งหัวใจ “ไทย”

วิทยากร

ศาสตราจารย์ ดร. ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ 
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ดร. จุฬิศพงศ์ จุฬารัตน

อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อาดิศร์ อิดรีส รักษมณ
อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

เเพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา
ผู้อำนวยการ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 (จังหวัดชายแดนภาคใต้) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข 

ดำเนินรายการโดย  คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา พิธีกรรายการตอบโจทย์ สถานีโทรทัศน์ ไทย พีบีเอส(TPBS)

16:00 – 16:30     แสดงความคิดเห็นร่วมกัน                                         
16:30                 จบการเสวนา   


หมายเหตุ: การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเป็นภาษาไทย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
เนื่องจากการเสวนาไม่มีช่วงพัก สมาคมฯจึงจัดอาหารว่างและเครื่องดื่ม
สำหรับท่านบริการตนเองในระหว่างการเสวนา

 

>>ดาวน์โหลด<< แบบตอบรับเข้าฟังการเสวนา

ติดต่อสำรองที่นั่งที่ จารุณี คงสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่โครงการพิทักษ์มรดกสยาม
ที่ jarunee@siam-society.org หรือ 02-6616470-7 ต่อ 204

 

*************

งานเสวนาทางวิชาการครั้งที่ 4 ของโครงการพิทักษ์มรดกสยาม ของสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจทั้งคนไทย และไทยมุสลิมเข้าร่วมฟัง
การเสวนากว่า 120 ท่าน

การเสวนาครั้งนี้ มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเชื้อสายไทยมุสลิมทั้ง 4 ท่านวิทยากรได้พูดถึงประเด็น
ที่น่าสนใจตั้งแต่ ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของชาวชาวไทยมุสลิมเชื้อสายต่างๆ ในเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทย รวมทั้งในย่านต่างๆของกรุงเทพมหานคร วิทยากรยังได้กล่าวถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมของมัสยิดที่มีวิวัฒนาการในรูปแบบต่างๆอัน
หลากหลายตามช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของชุมชนไทยมุสลิมแต่ละ
ท้องถิ่น ซึ่งมีถิ่นฐานเดิมแตกต่างกันไป และแม้จะมีนิกายที่ต่างกันก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันบนแผ่นดิน
ไทยได้อย่างที่ไม่พบในชาติใดๆในโลก นอกจากนี้วิทยากรยังเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่คนมุสลิมให้ความสำคัญ
อาทิ ความสะอาด และบริสุทธิ์ ศาสนกิจที่กระทำกันในมัสยิด วัฒนธรรม ความเชื่อและข้อห้ามต่างๆ ที่คนไทยเชื้อสายอื่นๆ พึงศึกษาเพื่อที่จะมีความรู้และความเข้าใจต่อวัฒนธรรมมุสลิมมากยิ่งขึ้น

นอกจากเกร็ดความรู้ดังกล่าวแล้ว วิทยากรได้ให้ข้อคิดเห็นในเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมไว้
อย่างน่าสนใจว่า การมีวัฒนธรรมและภาษาที่หลากหลายนั้น เป็นความสวยงามของชาติ ซึ่งมีอยู่แล้ว
ตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเสียด้วยซ้ำ จะเห็นได้ว่ามีชาวต่างชาติหลายเชื้อสายเข้ามารับราชการ
และรับใช้พระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิด ประชาชนทุกเชื้อสายต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีเพียง
บางยุคสมัยเท่านั้นที่รัฐพยายามสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชาติ บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า การที่คนในชาติ
เหมือนกันหมดจะทำให้ชาตินั้นๆพัฒนาได้เร็วขึ้น การเรียนประวัติศาสตร์บางยุคสมัยจึงได้บิดเบือนความจริง
เกี่ยวกับ “ความเป็นไทย” ไป จนปัจจุบันเราไม่รู้จักตัวเองบนพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง เราต้องกลับมาตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า หัวใจ “ไทย” ในวันนี้คืออะไร คือความหลากหลายมิใช่หรือ?

ติดตามอ่านบันทึกสรุปการเสวนาทางวิชาการครั้งนี้ได้ที่ www.siamese-heritage.org